








_
_
_
Advocate Equal Educational Opportunities for Hill Tribe Students in Northern Thailand.
ขอคิดเตือนใจจากสถานการณ์น้ำท่วม
ความเชื่อ: “น้ำไม่ท่วมหรอก อยู่มา 60 ปียังไม่เคยท่วมเลยสักครั้ง”
ความจริง: ดูสนามบินดอนเมืองสิครับ ใครจะไปเคยคิดว่าน้ำจะท่วม แค่จะจินตนาการยังนึกไม่ออกเลย แต่วันนี้น้ำปริ่มถึงท้องเครื่องบินแล้ว และตอนนี้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ก็มีสิ่งที่คนไม่เคยคิดว่าจะเห็นเกิดขึ้นมากมาย เราอาจไม่สามารถคาดการณ์ “อนาคต” โดยใช้ “อดีต” ได้
ความเชื่อ: “ท่วมไม่เยอะหรอก เดี๋ยวมันก็ลง”
ความจริง: จากที่เห็นมา แยกเกษตร วันแรกน้ำแห้ง วันที่สองน้ำเอ่อ วันที่สามเอว วันที่สี่น้ำยังเท่าเอวโดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ถ้ามันลงเร็วก็ดีใจด้วยครับ แต่การคิดเผื่อว่ามันจะท่วมนานกว่านั้นก็น่าจะทำให้เราเตรียมตัวรับมือปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาได้ดีขึ้น
ความเชื่อ: “หมู่บ้านเราสูบน้ำออกได้”
ความจริง: การสูบน้ำออกจากหมู่บ้านอาจพอทำได้ในวันแรกๆ แต่ถ้าน้ำนอกหมู่บ้านเอ่อขึ้นสูงและมาเยอะมาก เครื่องสูบน้ำในหมู่บ้านอาจสู้ไม่ไหว อาจต้องคิดเผื่อไว้ด้วยครับ
ความเชื่อ: “บ้านเราสูบน้ำออกได้ ดูสิข้างในยังแห้งอยู่เลย”
ความจริง: หากน้ำในบริเวณนั้นไม่ท่วมมากก็อาจจะรอดครับ แต่ถ้าน้ำนอกบ้านท่วมหนัก น้ำจะเริ่มผุดจากท่อในบ้าน และเอ่อล้นบ้าน การสูบน้ำด้วยเครื่องอาจทำให้น้ำในบ้านแห้งได้ แต่ถ้าน้ำขึ้นเยอะอาจต้องระวังอันตรายจากไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำด้วย เพราะถ้าบ้านแห้งแต่เจ้าของบ้านถูกไฟดูดก็อาจไม่คุ้มกัน และถ้าน้ำสูงขนาดต้องตัดไฟชั้นหนึ่งนั่นแปลว่าระดับน้ำในบ้านก็จะค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องคิดแผนเตรียมไว้ด้วยครับ
ความเชื่อ: “ถ้าน้ำมา 30-50 ซ.ม. ก็น่าจะอยู่ได้”
ความจริง: น้ำระดับนั้นอาจไม่สูงมากนักเมื่อมองจากตัวเลข แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ชีวิตเปลี่ยน เมื่อรถวิ่งไม่ได้ รถเมล์ก็จะไม่มี รถสองแถว วินมอเตอร์ไซค์จะหายไปหมด ในซอยลึกจะออกยากมาก การเดินในน้ำนั้นเมื่อยกว่าที่เราคิดไว้ ถ้าลึกมากเด็กๆ และคนแก่อาจเดินไม่ไหว ถ้าบ้านอยู่ในซอยลึกไกลๆ จะลำบากมาก ไม่ต้องนับว่าการออกมาแต่ละครั้งจะขนของเข้าบ้านได้น้อยมาก เพราะมีแค่สองมือที่ถือไหว หรืออย่างมากก็หนึ่งกะละมังลอยน้ำ ไม่นับน้ำดื่มที่จะซื้อเข้าบ้านซึ่งหนักเกินกว่าจะถือได้เยอะ ออกมาแต่ละครั้งจึงเหนื่อยและใช้เวลานานมาก มิเพียงเท่านั้น อีกสองวันของหมดก็ต้องออกมาอีก
ความเชื่อ: “ยังไม่ต้องอพยพหรอก รอมันขึ้นถึงระดับที่ไม่ไหวค่อยอพยพ”
ความจริง: ถ้ายังเป็นหนุ่มเป็นสาว ไม่มีลูกเล็ก ไม่มีพ่อแม่แก่ชรา ไม่มีหมาแมวหลายตัว ก็น่าจะพอไหวครับ แต่ถ้ามีคนและสัตว์ที่เรารักและห่วงใยที่ดูแลตัวเองไม่ได้ เราอาจต้องเตรียมที่ทางไว้สักหน่อย บ้านญาติมิตรที่ไหนที่พอจะฝากได้ก็น่าจะรีบย้ายออก เพราะถ้าน้ำท่วมถึงระดับที่รถวิ่งไม่ได้ การขนย้ายคนแก่ เด็ก และสัตว์จะทำได้ยากมาก แม้จะมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร ตำรวจ ฯลฯ มาช่วยเคลื่อนย้ายก็จริง แต่ผู้ประสบภัยมีเยอะมาก จนเจ้าหน้าที่เท่าไหร่ก็ไม่พอ เท่าที่ถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยมา เขาบอกว่า “ถึงเอวก็ควรอพยพคนแก่ เด็ก และสัตว์แล้วครับ” สำหรับตัวท่านเองที่ยังพอฝ่าน้ำระดับเอวระดับอกออกมาไหว ให้เตรียมเอกสารและของมีค่าเฉพาะที่สำคัญไว้เพียงหนึ่งกระเป๋าเท่านั้น เพราะมากกว่านั้นอาจจะถือไม่ไหวและขนย้ายไม่สะดวก
ความเชื่อ: “เราอยู่ได้ ก็แค่ซื้อของยากหน่อยเท่านั้นเอง”
ความจริง: ในบางพื้นที่ เซเว่นฯ และห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านทั้งหลายค่อยๆ ทยอย “ของหมด” กันไปทีละแห่ง การออกมาซื้อของกินของใช้จะลำบากขึ้น และไกลขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายที่ยืนยันตรงกันว่า “ไม่มีคนมาส่งของแล้ว” หากบ้านไหนตุนของไว้เยอะพอก็อาจจะอึดไหว แต่หากบ้านไหนมีของไม่พออาจต้องคิดแผนสองไว้ด้วยก็ดี ว่าถ้าน้ำท่วมอีกเป็นเดือนจะอยู่อย่างไร จะได้เตรียมตัวขั้นต่อไปได้ หรืออย่างน้อยก็เฉลี่ยข้าวของในบ้านในแต่ละวันโดยการกินและใช้ให้ประหยัดขึ้นได้บ้าง
ความเชื่อ: “ก็แค่น้ำท่วมจะไปกังวลอะไรมากมาย”
ความจริง: ก็จริงครับ มันก็แค่น้ำที่ไหลมาอยู่บนถนน แต่สิ่งที่มาพร้อมน้ำก็คือกลิ่นที่เหม็นเน่า และกองทัพยุงระดับที่จะกินเลือดกินเนื้อ (สิ่งจำเป็นอีกอย่างคือยาทากันยุง) นอกจากตะขาบ งู จระเข้ แล้ว สิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างคือ อย่าเดินเข้าใกล้เสาไฟฟ้า และระวังบ้านในซอยเดียวกับท่านที่เขายังไม่ตัดไฟชั้นหนึ่ง ช่วยกันบอกให้ตัดไฟน่าจะปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย และเมื่อออกไปลุยน้ำมาก็รีบขัดถูร่างกายทำลายเชื้อโรคโดยไว หากป่วยตอนนี้จะยิ่งลำบากครับ
ความเชื่อ: “ท่วมไม่นานหรอก อีกสามสี่วันก็ยุบ”
ความจริง: อันนี้เป็นความเชื่อล้วนๆ ความจริงน้ำจะท่วมนานแค่ไหนไม่มีใครรู้ ถ้าโชคดีมันอาจจะยุบจริง (ผมก็ภาวนาให้เป็นอย่างนั้น) แต่ถ้าเราดูภาพถ่ายดาวเทียมก็จะเห็นว่ามวลน้ำมันมหึมามหาศาลจริงๆ และถ้าดูจากพื้นที่ที่เขาโดนไปก่อนเรา ไม่ว่าจะเป็นอุทัยธานี ลพบุรี อยุธยา ก็ยังท่วมอยู่เป็นเดือนๆ หรือกระทั่งรังสิต ดอนเมือง ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลงแบบปึบปับ ทุกคนก็อยากให้น้ำลงไวๆ กันทั้งนั้น แต่ในความหวังเราก็ต้องดูความจริงด้วย การตัดสินใจและวางแผนชีวิตจาก “ความเชื่อ” กับการตัดสินใจและวางแผนจาก “ความจริง” นั้นให้ผลต่างกัน หากจะตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อไป ย้ายไปอยู่บ้านญาติ อพยพไปอยู่ศูนย์อพยพ หรือไม่อย่างไร เราน่าจะตัดสินใจจาก “ความจริง” มากกว่า “ความเชื่อ” ครับ
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่โดนน้ำท่วมไปแล้ว และขอเอาใจช่วยคนที่ยังไม่ท่วมให้บ้านแห้งจะได้มีเรี่ยวแรงช่วยเหลือคนอื่นต่อไป บ้านผมท่วมแล้ว และน้ำก็ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่เขียนมาทั้งหมดมาจากความหวังดีล้วนๆ ครับ เพราะเชื่อว่าในวิกฤตแบบนี้ สิ่งที่แต่ละคนพอจะทำได้คือการแชร์ข้อมูลที่มีประโยชน์ให้กัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ ^ ^
ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์มติชน
การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม
สวัสดีขา วันนี้ มีวิธีการซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม มาฝากขา
การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ก็คล้ายๆ กับการซ่อมแซมพวกประตู หน้าต่าง พื้น หรือฝ้า เพดาน มีวิธีดังนี้
- พยายามเอาความชื้นออกจากเฟอร์นิเจอร์ให้มากที่สุด
- พวกประเภทที่บุด้วยนุ่นหรือฟองน้ำ ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนเลย เพราะน้ำจะพาเอาเชื้อโรคมาติดอยู่ ถึงจะตากแดดให้แห้ง เชื้อโรคก็ยังมีอยู่
- เฟอร์นิเจอร์ที่ติดกับที่ที่เรียกว่า Built in ต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง และสายไฟที่ฝังอยู่ในตู้ รวมถึงทำความสะอาดรูกุญแจและลูกบิด
- ส่วนเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม่ควรนำไปตากแดด เพราะจะทำให้บิดงอได้ และถ้าจะทาสีใหม่ ควรรอให้แห้งสนิทก่อน มิฉะนั้นจะลอกได้
ขอขอบคุณ mthai.com
วิธีซ่อมผนังบ้านหลังน้ำท่วม
สวัสดีค่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอโทษจริงๆ ค่ะ ที่หายหน้าไปเลย
วันนี้ เราก็นำบทความดีดี คิดว่า คงจะมีประโยชน์แก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะค่ะ
สำหรับบทความวันนี้ เป็นวิธ๊การซ่อมผนังบ้านของเรา หลังน้ำท่วมค่ะ
ผนังบ้านเรือนหากแช่น้ำไว้นานๆ ก็อาจมีการเสียหายไปบ้าง โดยเฉพาะพวกผนังสำเร็จรูปที่มีน้ำหนักเบาทั้งหลาย ลองมาดูวิธีแก้ไขกั
- ผนังไม้ ปกติ ไม้จะไม่เสียหายเมื่ออยู่ใต้ระดับน้ำ แต่มักผุกร่อนในจุดที่มีน้ำขึ้น น้ำลง ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อน้ำลดให้เอาผ้าเช็ดทำความสะอาด ขจัดคราบสกปรกออกเพื่อสุขภาพคนในบ้าน เพื่อให้ผิวไม้ระเหยความชื้นออกไปได้ เมื่อแน่ใจว่าผนังแห้งดี แล้วให้ใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ทาชะโลมลงที่ผิว (ต้องแน่ใจว่าแห้งแล้วจริงๆ มิฉะนั้นอาจเกิดการเน่าได้เนื่องจากความชื้นระเหยไม่ออก) การทาสีหรือยารักษาเนื้อไม้อาจทำภายในก่อนก็ได้เพื่อความสวยงามในการอยู่ อาศัย แล้วรออีกสักพัก (3-4 เดือน) จึงทาภายนอกอีกทีเพราะผนังภายนอกน่าจะแห้งสนิทดีแล้ว
- ผนังก่ออิฐฉาบปูน ให้ ดำเนินการเหมือนกับผนังไม้ แต่ต้องทิ้งระยะเวลานานกว่าเนื่องจากผนังอิฐจะมีมวลสารและการเก็บกักความ ชื้นในตัววัสดุได้มากกว่าไม้ จึงต้องใช้เวลาระเหยความชื้นออกไปนานกว่า
นอก จากนี้หากผนังปูนเหล่านี้มีสายไฟฟ้า ท่อไฟฟ้า ท่อน้ำฝังหรือเดินลอยไว้ก็ต้องใช้วิธีเดียวกับเนื้อหาตอนที่แล้ว ตรวจสอบระบบของอุปกรณ์เหล่านั้นให้อยู่ในสภาพเดิมไปพร้อมกันด้วยครับ
- ผนังยิบซั่มบอร์ด เนื่องจากวัสดุชนิดนี้เป็นแผ่นผงปูนยิบซั่มที่หุ้มด้วยกระดาษอย่างดี แต่ไม่ว่าจะดีเพียงใดเมื่อเจอกับน้ำ(ท่วม) แล้วก็คงไม่น่าจะมีชีวิตต่อไปได้ ดังนั้นให้แก้ไขโดยเลาะเอาแผ่นชนิดนี้ที่โดนน้ำท่วมออกจากโครงเคร่าแล้วค่อย หาแผ่นใหม่มาติด ยาแนว ทาสีทับใหม่ก็เรียบร้อยใช้งานได้เหมือนเดิมครับ พึงระวังเล็กน้อยสำหรับโครงเคร่าผนังที่เป็นไม้ ต้องรอให้ความชื้นในโครงเคร่าระเหยออกไป หรือให้ไม้แห้งเสียก่อนจึงติดผนังเข้าไปใหม่ แต่ถ้าเป็นโครงเคร่าโลหะแบบที่นิยมใช้ในปัจจุบันคงไม่มีปัญหา
- ผนังโลหะ/กระจก วัสดุเหล่านี้โดยตัวเนื้องวัสดุคงไม่มีความเสียหาย เพียงแค่ทำความสะอาดขัดถูก็จะสวยงามเหมือนเดิม แต่ควรระวังเรื่องรอยต่อว่ามีคราบน้ำ เศษผง สิ่งสกปรกติดฝังอยู่บ้างหรือไม่ หากมีก็ให้ทำความสะอาดเสียให้เรียบร้อย เนื่องจากคราบน้ำ ความสกปรกอาจทำให้วัสดุยาแนวเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด
ขอขอบคุณ mthai.com ค่ะ
ซ่อมพื้นไม้ปาเก้หลังน้ำท่วม
สวัสดีค่ะ วันนี้ page ของเรา ก็นำบทความดีดีมาให้ทุกท่านอ่านกันอีกแล้ว ช่วงนี้เป็นข่วงที่เกิดสถานการณืน้ำท่วม เราจึงนำการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลดมาให้ทุกๆคนได้อ่านกันค่ะ
สำหรับหัวข้อวันนี้ เป็นวิธีการซ่อมแซ่มพื้นไม้ปาเก้หลังน้ำท่วม มาให้ทุกๆท่านได้อ่านกันค่ะ
ถ้า พื้นบ้านของท่านเป็นไม้ปาเก้ แล้วถูกน้ำท่วมก็ต้องเข้าใจไว้นิดหน่อยนะครับว่า ปาเก้หรือไม้แผ่นชนิดนี้อยู่ได้ด้วยกาวติดกับพื้นคสล. จึงแพ้น้ำ(ท่วม)อย่างแรง เพราะไม้จะบวมน้ำและหลุดล่อนออกมาในที่สุดเป็นเรื่องธรรมดา บางทีหากน้ำท่วมเป็นเวลานานๆ ก็อาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แถมมาให้อีกด้วยครับ มีวิธีตรวจสอบแก้ไขดังนี้
•หากปาเก้เปียกน้ำเล็กน้อยไม่ถึงกับหลุดล่อนออกมา แค่เช็ดทำความสะอาดแล้วเปิดประตู หน้าต่างปล่อยให้แห้งโดยให้อากาศถ่ายเทความชื้นออกไป ปาเก้จะเป็ฯปกติได้ไม่ยาก แต่ระวังว่าเมื่อปาเก้ยังชื้นอยู่ไม่ควรเอาสารทาทับหน้าไปทาทับ เนื่องจากจะไปเคลือบผิวไม่ให้ความชื้นในเนื้อไม้ระเหยออกมา
•หากปาเก้มีอาการบิดงอ ปูดโปน เบี้ยวบูด กรุณาเลาะออกมาทันทีครับ และหากยังอยู่ในสภาพดีก็ผึ่งลมให้แห้งอาจนำมาใช้ประโยชน์ได้
•หากท่านจะซ่อมแซมพื้นใหม่ ด้วย การเอาวัสดุปูพื้นชนิดใหม่ที่คงทนถาวรทนน้ำได้มากกว่า เช่น กระเบื้อง หรือหินอ่อน แกรนิต เหล่านี้ ต้องระวังอย่างยิ่งเรื่องน้ำหนักวัสดุที่จะปูทับหน้าว่าโครงสร้างเดิมจะรับ น้ำหนักได้หรือไม่ ไม่ควรทำไปดื้อๆ เลยเพราะบ้านท่านอาจเสียหายได้
•หากรื้อหรือซ่อมแซมแล้ว ต้อง การปูปาเก้แบบเดิม หรือใช้วัสดุอื่นที่ใช้กาวเป้นตัวประสานเช่นกัน เช่น กระเบื้องยาง อย่าปูทับทันทีครับ ต้องรอให้พื้นคอนกรีตแห้งเสียก่อนแล้วจึงปูลงไปได้ ไม่เช่นนั้น ถึงน้ำไม่ท่วมรับรองว่าล่อนออกมาอีกแน่นอน
และนี้คือ วิธีการซ่อมแซมไม้ปาเก้หลังน้ำท่วมค่ะ หวังว่าบทความเหล่านี้จะมีประโยชน์กับทุกๆคนนะค่ะ
ขอขอบคุณ mthai.com
คู่มือซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม 3
ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม
อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้แก่เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า มอเตอร์ และอาจรวมไปถึงรถยนต์ก็ได้ เป็นเครื่องจักรกลที่เราท่านไม่น่าประมาท หรือหาทางแก้ไขซ่อมแซมเอง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเพิ่งใช้เด็ดขาด เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้เมื่อโดนน้ำท่วม ก็แสดงว่าน้ำไหลเข้าไปในเครื่องเรียบร้อยแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้จะป่วยไข้ เสียหายแค่ไหน การนำไปตากแดดแล้วมาใช้งานต่อเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตท่าน และอัคคีภัยในบ้านท่านมากจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องกลของ เครื่องเหล่านั้น แต่ถ้าหากจะยังใช้งานจริงๆ ก็มีข้อแนะนำดังนี้ครับคือ
- ตลอดเวลาที่ใช้ต้องมีคนอยู่ด้วยเสมอ เผื่อเวลาฉุกเฉินจะได้ปิดเครื่อง ดึงปลั๊กได้ทันที
- ที่ Cut out ไฟฟ้าหลักของบ้านท่าน ต้องมีฟิวส์คุณภาพติดตั้งเสมอ หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเมื่อใด ต้องแน่ใจว่าวงจรไฟฟ้าจะถูกตัดออกทันที
- เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ ต้องรีบนำไปแก้ไขซ่อมแซมโดยช่างผู้รู้ทันที
by mthai.com
คู่มือซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม 2
ตรวจสอบระบบประปาหลังน้ำท่วม
เป็นอีกระบบที่มีความสำคัญเพราะเกี่ยวกับสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัย มีแนวทางตรวจสอบระบบประปาในบ้านหลังน้ำท่วมดังนี้
•ถ้ามีบ่อเก็บน้ำใต้ดิน หรือถังเก็บน้ำในระดับน้ำท่วมถึง พึงระลึกเสมอว่าน้ำที่ท่วมเป็นน้ำสกปรกเสมอ ดังนั้นควรล้างทำความสะอาดถังน้ำ และบ่อน้ำให้สะอาดเพื่อความปลอดภัยของท่านและสมาชิกในบ้าน โดยไม่เสียดายน้ำ แล้วจึงปล่อยน้ำประปาใหม่ลงเก็บไว้ใช้งานอีกครั้งหนึ่ง
•บ้านที่มีระบบปั๊มน้ำควรตรวจสอบอุปกรณ์ปั๊มน้ำ และถังอัดความดันว่าใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ โดยพิจารณาเสียงเครื่องทำงาน ดูแรงดันน้ำในท่อว่าแรงเหมือนเดิม (ก่อนน้ำท่วม) หรือไม่ หลังจากนั้นตรวจสอบดูว่าถังอัดความดันทำความดันได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่
•หากมีความผิดปกติควรตรวจสอบด้วยการแกะ แงะ ไข ว่ามีเศษผง สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน กีดขวางการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่หาก ปั๊มน้ำที่บ้านท่านถูกน้ำท่วม ให้เดาไว้ก่อนว่าน่าจะเสียหายและหากใช้งานต่อไปเลยอาจเกิดอันตรายจากความ ชื้นในมอเตอร์ได้ ควรเรียกหาช่างมาทำให้แห้งเสียก่อนตามกรรมวิธีทางเทคนิค (ที่ไม่ใช่นำไปตากแดดแบบเนื้อเค็ม) เพื่อลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้ในตัวมอเตอร์ได้
by mthai.com
คู่มือซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม 1
ขณะน้ำท่วมทุกบ้านคงจะปิดวงจรไฟฟ้าหรือคัทเอ้าท์ทั่วทั้งบ้านทำ ให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าเดินในระบบ ซึ่งลดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย และแก้ปัญหาจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อน้ำลดลงควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านของท่านดังนี้
- เปิดคัทเอ้าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา ถ้าปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งในระบบยังเปียกชื้นอยู่ คัทเอ้าท์จะตัดไฟและฟิวส์จะขาดให้เปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้ 1 วันให้ความชื้นระเหยออกไปแล้วลองทำใหม่ หากยังเป็นเหมือนเดิมคงต้องตามช่างไฟมาแก้ไขดีกว่าเสี่ยงชีวิต
- เมื่อ ทดสอบผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีละจุดและทดสอบกระแสไฟฟ้าในปลั๊กว่ามาปกติหรือไม่ด้วย ไขควงทดสอบไฟ หากทุกจุดทำงานได้ก็สบายใจได้ หากมีปัญหาอยู่ต้องรอให้ความชื้นระเหยออกก่อน ถ้ายังมีปัญหาก็คงต้องตามช่างมาแก้ไขหรือเปลี่ยนปลั๊ก/ สวิช์เหล่านั้น
- ลองดับไฟทุกจุดในบ้าน ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่ยังเปิดคัทเอ้าท์ไว้แล้งววิ่งไปดูมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าหมุนหรือไม่ หากไม่เคลื่อนไหวแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว แต่ถ้ามิเตอร์หมุนแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านท่านอาจจะรั่วได้ ให้รีบตามช่างไฟมาดูแลโดยเร็ว
- หาก พอมีงบประมาณสำหรับปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าในบ้านของท่าน แนะนำให้ตัดปลั๊กไฟในระดับต่ำๆ ในบ้านชั้นล่างออกให้หมด (ถ้าคิดว่าน้ำท่วมอีกแน่ๆ ) แล้วปรับตำแหน่งปลั๊กไฟไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1.10 เมตร หลังจากนั้นควรแยกวงจรไฟฟ้าออกเป็น 2-3 วงจร คือ 1. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นล่าง (ที่น้ำอาจท่วมถึง) 2. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นบนขึ้นไป (ที่น้ำท่วมไม่ถึง) 3. วงจรสำหรับเครื่องปรับอากาศ การกระทำดังกล่าวจะทำให้ท่านควบคุมการเปิด-ปิดวงจรไฟฟ้าในบ้านได้อย่างอิสระ และง่ายต่อการซ่อมแซมบำรุงรักษา
by mthai.com































