Monthly Archives: November 2011

ซ่อมพื้นไม้ปาเก้หลังน้ำท่วม

สวัสดีค่ะ วันนี้ page ของเรา ก็นำบทความดีดีมาให้ทุกท่านอ่านกันอีกแล้ว ช่วงนี้เป็นข่วงที่เกิดสถานการณืน้ำท่วม เราจึงนำการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลดมาให้ทุกๆคนได้อ่านกันค่ะ

สำหรับหัวข้อวันนี้ เป็นวิธีการซ่อมแซ่มพื้นไม้ปาเก้หลังน้ำท่วม มาให้ทุกๆท่านได้อ่านกันค่ะ

ถ้า พื้นบ้านของท่านเป็นไม้ปาเก้ แล้วถูกน้ำท่วมก็ต้องเข้าใจไว้นิดหน่อยนะครับว่า ปาเก้หรือไม้แผ่นชนิดนี้อยู่ได้ด้วยกาวติดกับพื้นคสล. จึงแพ้น้ำ(ท่วม)อย่างแรง เพราะไม้จะบวมน้ำและหลุดล่อนออกมาในที่สุดเป็นเรื่องธรรมดา บางทีหากน้ำท่วมเป็นเวลานานๆ ก็อาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แถมมาให้อีกด้วยครับ มีวิธีตรวจสอบแก้ไขดังนี้

หากปาเก้เปียกน้ำเล็กน้อยไม่ถึงกับหลุดล่อนออกมา แค่เช็ดทำความสะอาดแล้วเปิดประตู หน้าต่างปล่อยให้แห้งโดยให้อากาศถ่ายเทความชื้นออกไป ปาเก้จะเป็ฯปกติได้ไม่ยาก แต่ระวังว่าเมื่อปาเก้ยังชื้นอยู่ไม่ควรเอาสารทาทับหน้าไปทาทับ เนื่องจากจะไปเคลือบผิวไม่ให้ความชื้นในเนื้อไม้ระเหยออกมา

หากปาเก้มีอาการบิดงอ ปูดโปน เบี้ยวบูด กรุณาเลาะออกมาทันทีครับ และหากยังอยู่ในสภาพดีก็ผึ่งลมให้แห้งอาจนำมาใช้ประโยชน์ได้

•หากท่านจะซ่อมแซมพื้นใหม่ ด้วย การเอาวัสดุปูพื้นชนิดใหม่ที่คงทนถาวรทนน้ำได้มากกว่า เช่น กระเบื้อง หรือหินอ่อน แกรนิต เหล่านี้ ต้องระวังอย่างยิ่งเรื่องน้ำหนักวัสดุที่จะปูทับหน้าว่าโครงสร้างเดิมจะรับ น้ำหนักได้หรือไม่ ไม่ควรทำไปดื้อๆ เลยเพราะบ้านท่านอาจเสียหายได้

•หากรื้อหรือซ่อมแซมแล้ว ต้อง การปูปาเก้แบบเดิม หรือใช้วัสดุอื่นที่ใช้กาวเป้นตัวประสานเช่นกัน เช่น กระเบื้องยาง อย่าปูทับทันทีครับ ต้องรอให้พื้นคอนกรีตแห้งเสียก่อนแล้วจึงปูลงไปได้ ไม่เช่นนั้น ถึงน้ำไม่ท่วมรับรองว่าล่อนออกมาอีกแน่นอน

และนี้คือ วิธีการซ่อมแซมไม้ปาเก้หลังน้ำท่วมค่ะ หวังว่าบทความเหล่านี้จะมีประโยชน์กับทุกๆคนนะค่ะ

ขอขอบคุณ mthai.com

 

คู่มือซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม 3

ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม

อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้แก่เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า มอเตอร์ และอาจรวมไปถึงรถยนต์ก็ได้ เป็นเครื่องจักรกลที่เราท่านไม่น่าประมาท หรือหาทางแก้ไขซ่อมแซมเอง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเพิ่งใช้เด็ดขาด เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้เมื่อโดนน้ำท่วม ก็แสดงว่าน้ำไหลเข้าไปในเครื่องเรียบร้อยแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้จะป่วยไข้ เสียหายแค่ไหน การนำไปตากแดดแล้วมาใช้งานต่อเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตท่าน และอัคคีภัยในบ้านท่านมากจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องกลของ เครื่องเหล่านั้น แต่ถ้าหากจะยังใช้งานจริงๆ ก็มีข้อแนะนำดังนี้ครับคือ

  • ตลอดเวลาที่ใช้ต้องมีคนอยู่ด้วยเสมอ เผื่อเวลาฉุกเฉินจะได้ปิดเครื่อง ดึงปลั๊กได้ทันที
  • ที่ Cut out ไฟฟ้าหลักของบ้านท่าน ต้องมีฟิวส์คุณภาพติดตั้งเสมอ หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเมื่อใด ต้องแน่ใจว่าวงจรไฟฟ้าจะถูกตัดออกทันที
  • เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ ต้องรีบนำไปแก้ไขซ่อมแซมโดยช่างผู้รู้ทันที

by mthai.com

คู่มือซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม 2

ตรวจสอบระบบประปาหลังน้ำท่วม

เป็นอีกระบบที่มีความสำคัญเพราะเกี่ยวกับสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัย มีแนวทางตรวจสอบระบบประปาในบ้านหลังน้ำท่วมดังนี้

•ถ้ามีบ่อเก็บน้ำใต้ดิน หรือถังเก็บน้ำในระดับน้ำท่วมถึง พึงระลึกเสมอว่าน้ำที่ท่วมเป็นน้ำสกปรกเสมอ ดังนั้นควรล้างทำความสะอาดถังน้ำ และบ่อน้ำให้สะอาดเพื่อความปลอดภัยของท่านและสมาชิกในบ้าน โดยไม่เสียดายน้ำ แล้วจึงปล่อยน้ำประปาใหม่ลงเก็บไว้ใช้งานอีกครั้งหนึ่ง

•บ้านที่มีระบบปั๊มน้ำควรตรวจสอบอุปกรณ์ปั๊มน้ำ และถังอัดความดันว่าใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ โดยพิจารณาเสียงเครื่องทำงาน ดูแรงดันน้ำในท่อว่าแรงเหมือนเดิม (ก่อนน้ำท่วม) หรือไม่ หลังจากนั้นตรวจสอบดูว่าถังอัดความดันทำความดันได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่

•หากมีความผิดปกติควรตรวจสอบด้วยการแกะ แงะ ไข ว่ามีเศษผง สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน กีดขวางการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่หาก ปั๊มน้ำที่บ้านท่านถูกน้ำท่วม ให้เดาไว้ก่อนว่าน่าจะเสียหายและหากใช้งานต่อไปเลยอาจเกิดอันตรายจากความ ชื้นในมอเตอร์ได้ ควรเรียกหาช่างมาทำให้แห้งเสียก่อนตามกรรมวิธีทางเทคนิค (ที่ไม่ใช่นำไปตากแดดแบบเนื้อเค็ม) เพื่อลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้ในตัวมอเตอร์ได้

by mthai.com

คู่มือซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม 1

 

ขณะน้ำท่วมทุกบ้านคงจะปิดวงจรไฟฟ้าหรือคัทเอ้าท์ทั่วทั้งบ้านทำ ให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าเดินในระบบ ซึ่งลดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย และแก้ปัญหาจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อน้ำลดลงควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านของท่านดังนี้

 

  • เปิดคัทเอ้าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา ถ้าปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งในระบบยังเปียกชื้นอยู่ คัทเอ้าท์จะตัดไฟและฟิวส์จะขาดให้เปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้ 1 วันให้ความชื้นระเหยออกไปแล้วลองทำใหม่ หากยังเป็นเหมือนเดิมคงต้องตามช่างไฟมาแก้ไขดีกว่าเสี่ยงชีวิต
  • เมื่อ ทดสอบผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีละจุดและทดสอบกระแสไฟฟ้าในปลั๊กว่ามาปกติหรือไม่ด้วย ไขควงทดสอบไฟ หากทุกจุดทำงานได้ก็สบายใจได้ หากมีปัญหาอยู่ต้องรอให้ความชื้นระเหยออกก่อน ถ้ายังมีปัญหาก็คงต้องตามช่างมาแก้ไขหรือเปลี่ยนปลั๊ก/ สวิช์เหล่านั้น
  • ลองดับไฟทุกจุดในบ้าน ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่ยังเปิดคัทเอ้าท์ไว้แล้งววิ่งไปดูมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าหมุนหรือไม่ หากไม่เคลื่อนไหวแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว แต่ถ้ามิเตอร์หมุนแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านท่านอาจจะรั่วได้ ให้รีบตามช่างไฟมาดูแลโดยเร็ว
  • หาก พอมีงบประมาณสำหรับปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าในบ้านของท่าน แนะนำให้ตัดปลั๊กไฟในระดับต่ำๆ ในบ้านชั้นล่างออกให้หมด (ถ้าคิดว่าน้ำท่วมอีกแน่ๆ ) แล้วปรับตำแหน่งปลั๊กไฟไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1.10 เมตร หลังจากนั้นควรแยกวงจรไฟฟ้าออกเป็น 2-3 วงจร คือ 1. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นล่าง (ที่น้ำอาจท่วมถึง) 2. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นบนขึ้นไป (ที่น้ำท่วมไม่ถึง) 3. วงจรสำหรับเครื่องปรับอากาศ การกระทำดังกล่าวจะทำให้ท่านควบคุมการเปิด-ปิดวงจรไฟฟ้าในบ้านได้อย่างอิสระ และง่ายต่อการซ่อมแซมบำรุงรักษา

 

by mthai.com

 

 

 

เตือนผู้ประสบภัย รับมือสารพัดโรคเสี่ยงมาพร้อมน้ำท่วม

          สถานการณ์น้ำท่วม ณ ปัจจุบัน นอกจากจะต้องขนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมแล้ว การดูแลสุขภาพให้ปลอดโปร่งที่มากับน้ำขังเป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

โรคภัยที่มากับน้ำ

          โรคติดต่อและอันตรายที่มากับภาวะน้ำท่วมและหลังน้ำลด เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัดใหญ่และปอดบวม โรคระบบทางเดินอาหาร อุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ โรคน้ำกัดเท้าและโรคฉี่หนู ที่ทำให้มีไข้สูงฉับพลันและเป็นอันอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก

            นอกจากนี้ ภาวะน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ยังก่อให้เกิดโรคที่มาจากแมลงเป็นพาหนะ เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรียควรระมัดระวังย่าให้ยุงกัดในเวลากลางวันและสามารถป้องกันการเกิดโรคนี้ได้

การดูแลตัวเอง

            สังเกตอาการผิดปกติในเบื้องต้น จะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง ที่สำคัญการดูแลร่างกายที่อบอุ่นอยู่เสมอ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปียกชื้น เช็ดตัวให้แห้ง หลีกเลี่ยงการแช่น้ำเป็นเวลานาน เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากไข้หวัดใหญ่และปอดบวม เลือกรับประทานที่ปรุงสุกและสะอาด อาหารกระป๋องที่ไม่หมดอายุ กระป๋องไม่บวมหรือเป็นสนิม ดื่มน้ำที่สะอาด เช่น น้ำจากขวดที่ฝาปิดสนิท น้ำต้มสุก หลีกเลี่ยงการถ่ายอุจจาระลงในน้ำ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรค เพื่อความแน่ใจ ควรต้มน้ำดื่มให้เดือดเพื่อทำลายเชื้อโรคในน้ำ ในส่วนของน้ำใช้ หากไม่แน่ใจว่าน้ำที่ใช้มีความสะอาดเพียงพอหรือไม่ ให้ใช้ผงปูนคลอรีนทำลายเชื้อโรคในน้ำ โดยคลอรีนสามารถทำลายเชื้อโรคได้มากกว่า 99% รวมทั้ง อีโคไล (E.coli) และเชื้อไวรัส อีกทั้งผงปูนคลอรีนยังสามารถเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำได้ ซึ่งการใช้คลอรีนอย่างระมัดระวังจะไม่เกิดอันตราย

 

การป้องกันตัวเองจากโรคฉี่หนู (โรคแลปโตสไปโรซิส)

            ควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำ ลุยโคลนและป้องกันไม่ให้บาดแผลสัมผัสถูกน้ำ โดยการสวมร้องเท้าบู๊ทยาง หากไม่สามารถเลี่ยงได้ ควรรีบล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งโดยเร็วที่สุด

            หากพบอาการระคายเคืองบริเวณดวงตา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคตาแดง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดทันทีหรือถ้ามีฝุ่นละอองหรือน้ำสกปรกเข้าตา ไม่ควรขยี้ตาด้วยมือที่สกปรก อย่าให้แมลงตอมตาและหลีกเลี่ยงที่จะใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เพื่อป้องกันการระบาดของโรค

อุบัติเหตุที่พบบ่อยในช่างน้ำท่วม

            ไฟดูด จมน้ำ เหยียบของมีคม สามารถป้องกันได้โดยถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้า สับคัตเอาท์ ตัดไฟฟ้าในบ้านก่อนที่น้ำจะท่วมถึง

            การเก็บกวาดขยะ วัตถุแหลมคม ในบริเวณอาคารบ้านเรือนและตามทางเดินอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากของมีคมได้แล้วยังสามารถป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษที่พบบ่อยในช่วงน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็น งู ตะขาบ แมงป่อง ซึ่งหนีน้ำหลบอาศัยในบริเวณบ้านเรือนได้ด้วย

            อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม สิ่งแรกที่ต้องทำคือ มีสติ อย่าตกใจหรือกลัวจนขาดสติ ควรเตรียมตัว เตรียมใจรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ติดตามรายงานของทางราชการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนศึกษาขั้นตอนการอพยพ ระบบการเตือนภัย เส้นทางการเคลื่อนย้ายในกรณีเร่งด่วน

            อีกทั้งยังมีโรคที่แฝงมากับน้ำแล้วยังพบปัญหาการขาดยาในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง ลมชัก ดังนั้นผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาต่อเนื่อง ควรจัดเตรียมยาประจำตัวของตนเองให้พร้อมอยู่เสมอในภาชนะที่ปิดกับน้ำได้

            ภาวะเครียด อ่อนเพลีย กระสับกระส่าย ซึมเศร้าและวิตกกังวล เกิดขึ้นได้กับผู้ประสบภัย ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปได้เอง แต่ต้องใช้เวลา ทางที่ดีควรปรึกษาพูดคุยกับคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงเพื่อปรับทุกข์และรับฟังปัญหา เพื่อเป็นที่พึ่งทางจิตใจและคลายความวิตกกังวล แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์หรือนักส่งเสริมสุขภาพจิตเพื่อรับฟังคำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป

 เขียนโดย รอ.นพ.พันเลิศ ปิยะลาศ

Positive Thinking, Positive Life

คิดบวก ชีวิตบวก
Positive Thinking, Positive Life
เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า นึ่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ
เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า นึ่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ
เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า นึ่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต
เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการฝีกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ
เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ
เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย
เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า นึ่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต
เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี
เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง
เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า นึ่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ
เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า นึ่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง
เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง
เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม
เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า นึ่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์
เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือคำเตือนว่าอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด
เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบททดสอบที่ว่า “มารไม่มี บารมีไม่เกิด”
เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า นี่คื่อบทพิสูจน์สัจจธรรม “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”
เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า นี่ค้อวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต
เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์
 
by megamiss.blog

มุมมองใหม่สำหรับคนต้องการกำลังใจ

ถ้าหากกำลังมีทุกข์ ขออย่าคิดว่าทุกข์ของตนเองมากมายกว่าผู้อื่น
ให้เพียรพยายามคิดว่าผู้อื่นก็มีทุกข์ไม่น้อยไปกว่า หรืออาจจะหนักหนาสาหัสกว่าเสียอีก
หากนำความทุกข์ไปเปรียบกับผู้ที่แย่กว่า จะช่วยให้มีกำลังใจเพิ่มขึ้น
และรู้สึกว่ายังโชคดีกว่าอีกหลายๆ คน
ดังเช่นที่นักปราชญ์เคยกล่าวเอาไว้ว่า
“ในขณะที่ท่านกำลังร้องห่มร้องไห้เพราะไม่มีรองเท้าใส่
ท่านควรคิดถึงคนที่เขาไม่มีแม้กระทั่งเท้า หรือหากท่านเสียใจที่ไม่มีเท้า
แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีทั้งเท้าและทั้งแขน”
หรือหากทำงานและธุรกิจล้มเหลวก็ขอให้คิดว่า ความผิดพลาดและล้มเหลว
คือบทเรียนเริ่มต้นของความสำเร็จ
เหมือนคำกล่าวที่ว่า “บทเรียนชีวิตที่ดีที่สุด ล้วนได้มาจากความผิดพลาดล้มเหลวของตนเอง
ความโง่เขลาเบาปัญญาและความผิดพลาดในอดีต จะกลายเป็นสติปัญญา และความสำเร็จในอนาคต” จะทุกข์หรือสุขอยู่ที่เราเป็นผู้กำหนด
ท้อแท้ได้แต่ไม่ท้อถอย…ไม่มีเรื่องใดที่แก้ไขไม่ได้…ขอเพียงให้กำลังใจกับดัวเอง
การแบ่งปันและความเอื้ออาทร…ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะนะคะ…